วารสารบัณฑิตศึกษา


เกณฑ์การพิจารณาบทความวารสารบัณฑิตศึกษา


ประกาศบัณฑิตวิทยาลัย 

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

เรื่อง  หลักเกณฑ์การพิจารณาบทความวารสารบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐

------------------------------------------------------

              ด้วยบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ได้จัดทำวารสารบัณฑิตศึกษา  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัย  วิทยานิพนธ์และบทความวิชาการทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ของคณาจารย์  นักศึกษาในสาขาวิชาต่าง ๆ เพื่อเป็นสื่อกลางการเรียนรู้ทางวิชาการและประสบการณ์วิจัยจากคณาจารย์  นักศึกษา  ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยโดยมีกำหนดการตีพิมพ์วารสารปีละ ๒ ฉบับ

              กระบวนการในการนำส่งและตีพิมพ์บทความ

              บทความวิจัยหรือบทความวิชาการ  ต้องไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน  ทั้งในและนอกประเทศ  สาระบทความและแนวการเขียนต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของวารสารฯ แต่ละบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารฯ ต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer reviewers) ในสาขาและความเชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องจำนวนอย่างน้อย 2 ท่าน

              ผู้เขียนบทความวิจัยหรือบทความวิชาการ  ต้องนำส่งบทความต้นฉบับทางระบบลงทะเบียนวารสารออนไลน์ที่ http://graduate.nstru.ac.th/journal โดยก่อนที่จะนำส่งในระบบออนไลน์ให้ผู้เขียนจัดทำต้นฉบับของบทความ  โดยใช้รูปแบบ (Format) และรายละเอียดต่าง ๆ ตามที่วารสารกำหนด  ดังนั้นผู้เขียนบทความควรศึกษาข้อกำหนดของวารสารในการจัดเตรียมต้นฉบับให้ละเอียดก่อนนำส่งบทความ

              ผู้เขียนจะได้รับการติดต่อจากผู้ประสานงานของวารสาร ใน 3 ลักษณะคือ

              หนึ่ง  บทความไม่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นจากกองบรรณาธิการ  ซึ่งผู้เขียนสามารถนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้ไปปรับปรุงและนำส่งใหม่ได้ในโอกาสต่อไป (กระบวนการนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ผู้เขียนนำส่งบทความในระบบออนไลน์)

              สอง  บทความที่ผ่านการพิจารณาในเบื้องต้น  แต่ให้ผู้เขียนแก้ไขรูปแบบและภาพรวมของบทความภายใต้คำแนะนำจากกองบรรณาธิการ  เมื่อทำการแก้ไขแล้วจึงจะส่งออกให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาในลำดับต่อไป (กระบวนการนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน  นับจากวันที่ผู้เขียนนำส่งบทความในระบบออนไลน์เช่นกัน)

              สาม  ผู้เขียนได้รับรายละเอียดของผู้เสนอแนะการแก้ไขบทความจากผู้ทรงคุณวุฒิ  ซึ่งเมื่อผู้เขียนทำการปรับปรุงแก้ไขบทความเสร็จภายในเวลาที่กำหนดแล้ว  ให้ส่งบทความฉบับสุดท้าย (Final Manuscript) มายังกองบรรณาธิการเพื่อพิจารณาก่อนเข้าสู่ระบบตีพิมพ์  หรือนำส่งต่อผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อพิจารณาอีกครั้ง  ขึ้นอยู่กับความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ  ทั้งนี้ผู้เขียนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการแก้ไขบทความ จนกว่าจะผ่านความเห็นชอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ

              เมื่อบทความพร้อมที่จะตีพิมพ์  กองบรรณาธิการจะส่งจดหมายตอบรับ  เพื่อแจ้งสถานะ การตีพิมพ์ให้ผู้เขียนทราบ  ภายใน 10 วันทำการ  

              บทความที่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว  หากมีการขอยกเลิกการตีพิมพ์โดยเจ้าของบทความ  เจ้าของบทความดังกล่าวจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการชำระค่าตอบแทนให้กับผู้ทรงคุณวุฒิตามหลักฐานการเบิกจ่ายที่เกิดขึ้นจริง

              การเตรียมต้นฉบับ

  1. รูปแบบและการจัดพิมพ์

                 1.1 ผลงานทางวิชาการที่รับพิจารณาตีพิมพ์ต้องพิมพ์เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ พิมพ์ต้นฉบับด้วยกระดาษขาวขนาดเอ 4 หน้าเดียว 1 คอลัมน์ความยาวไม่เกิน 15 หน้า ด้วยโปรแกรม Microsoft Word for Windows ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16

                 1.2 เว้นระยะห่างจากขอบกระดาษซ้าย 1.5 นิ้วด้านขวา 1 นิ้วเว้นขอบกระดาษ ด้านบน 1.5 นิ้ว และด้านล่าง 1 นิ้ว ใส่เลขหน้ากำกับทุกหน้าที่มุมขวาบน

                 1.3 ชื่อเรื่องพิมพ์ไว้กึ่งกลางหน้ากระดาษ ชื่อผู้เขียนพิมพ์ไว้มุมขวามือของหน้ากระดาษ ใต้ชื่อเรื่อง และทำเชิงอรรถด้วยเครื่องหมาย * บอกตำแหน่งและสถานที่ทำงานไว้ด้านล่างของหน้ากระดาษ นั้น ๆ

  1. ผลงานทางวิชาการทุกประเภทต้องมีส่วนประกอบทั่วไป ดังนี้

                 2.1 ชื่อเรื่อง มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ควรเป็นชื่อเรื่องที่สั้น กะทัดรัดได้ใจความตรงกับเนื้อหา

                 2.2 ชื่อผู้เขียน ตำแหน่งทางวิชาการ (ถ้ามี) ของผู้เขียนครบทุกคน และสถานที่ทำงานหรือ หน่วยงานต้นสังกัด

                 2.3 สถานที่ติดต่อของผู้เขียนครบทุกคน ส่วนผลงานทางวิชาการประเภทบทความวิจัยต้องมีส่วนประกอบเพิ่มเติม คือ ต้องมีบทคัดย่อ (abstract) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ความยาวประมาณ 200 คำ และให้จัดโครงสร้างของบทความ  ตามลำดับดังนี้ คือ บทนำ วิธีการศึกษา ผลการศึกษา อภิปรายผล สรุป ข้อเสนอแนะ และเอกสารอ้างอิง ถ้าหากมีตารางหรือรูปประกอบ ต้องแยกออกจากเนื้อเรื่องหน้าละรายการ  รูปถ่ายอาจเป็นภาพสไลด์ ภาพสีภาพขาวดำ ก็ได้แต่ควรให้มีความขาว-ดำชัดเจน (มี contrast สูง) ภาพวาดควรวาดด้วยหมึกอินเดียน หรือพิมพ์จากเครื่องพิมพ์เลเซอร์

  1. การอ้างอิงและการเขียนเอกสารอ้างอิง กรณีที่ผู้เขียนต้องการระบุแหล่งที่มาของข้อมูล ในเนื้อเรื่อง ให้ใช้วิธีการอ้างอิงในส่วนของเนื้อเรื่อง แบบนาม-ปี (author-date in-text citation) โดยระบุชื่อผู้แต่ง และปีพิมพ์ของเอกสาร ไว้ข้างหน้าหรือข้างหลัง ข้อความที่ต้องการอ้าง เพื่อบอกแหล่งที่มาของข้อความและอาจระบุเลขหน้าของเอกสารที่อ้างด้วยก็ได้ หากต้องการและให้มีการอ้างอิงส่วนท้ายเล่ม (reference citation) โดยการรวบรวมรายการเอกสารทั้งหมดที่ผู้เขียนได้ใช้อ้างอิงในการเขียนผลงานนั้นๆ จัดเรียงรายการตามลำดับอักษรชื่อผู้แต่ง ภายใต้หัวข้อ เอกสารอ้างอิง สำหรับผลงานวิชาการภาษาไทยหรือ Reference สำหรับผลงานวิชาการภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิงแบบ APA (American Psychological Association ) ตัวอย่างการเขียน เอกสารอ้างอิงมี ดังนี้

                 3.1 ชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง. (ปี ที่พิมพ์). ชื่อเรื่อง. (ฉบับพิมพ์). สถานที่พิมพ์ : ผู้จัดพิมพ์.

                 3.2 บทความ/เรื่อง/ตอน ในหนังสือรวมเรื่อง ชื่อผู้แต่ง. (ปี ที่พิมพ์). ชื่อบทความ. ในชื่อบรรณาธิการ (บรรณาธิการ), ชื่อเรื่อง (ฉบับพิมพ์, หน้าที่ปรากฏบทความ). สถานที่พิมพ์ : ผู้จัดพิมพ์.

                 3.3 บทความในวารสาร ชื่อผู้แต่ง. (ปี ที่พิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปี ที่(ลำดับที่), เลขหน้าที่ปรากฏในบทความ วารสาร. 

                 3.4 สาระสังเขปจากฐานข้อมูล CD-ROM ชื่อผู้แต่ง. (ปี ที่พิมพ์). ชื่อบทความ (ซีดี-รอม). ชื่อวารสาร, ปี ที่ (ลำดับที่), เลขหน้าที่ปรากฏ บทความในวารสาร, สาระสังเขปจาก : ชื่อฐานข้อมูลและหมายเลขเอกสารเพื่อการสืบค้น.

                 3.5 บทความในหนังสือพิมพ์ ผู้เขียนพิมพ์). ชื่อวิทยานิพนธ์ .ระดับวิทยานิพนธ์, สาขาวิชา คณะมหาวิทยาลัย.

                 3.7 แหล่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ชื่อผู้แต่ง. (ปี ที่พิมพ์). ชื่อบทความ (ถ้ามี), ชื่อเรื่อง. (ประเภทของแหล่งข้อมูล). แหล่งที่มา : ชื่อ แหล่งที่ให้บริการบนอินเตอร์เน็ต. (วันเดือนปี ที่สืบค้นข้อมูล).

              การส่งบทความเพื่อตีพิมพ์  นอกเหนือจากการนำส่งบทความโดยใช้ระบบลงทะเบียนวารสารออนไลน์แล้ว  ผู้เขียนสามารถติดต่อกับกองบรรณาธิการและคณะทำงานได้จากช่องทางอื่นๆ ดังนี้ บรรณาธิการวารสารบัณฑิตศึกษา  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช  เลขที่ 1 หมู่ 4 ตำบลท่างิ้ว  อำเภอเมือง  จังหวัดนครศรีธรรมราช 80280 E-mail: graduate@nstru.ac.th โทรศัพท์: 075-377438 และ 075-809860 โทรสาร 075-377438

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

  

ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.ลดาวัลย์  แก้วสีนวล

คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

 

 

Back To Top